Think

หลักคิดชีวิต ถามหลวงปู่ชา ช ๅ ติ ห น้ ๅ มีจริงไหม”ท่าuตอบ ใครเชื่อก็โง่แล้ว

16 ม.ค.2535 สิ้นหลวงปู่ชา ปาฏิหาริย์แห่ง ธ ร ร ม ท่านสิ้นวันที่แอดมินเกิดพอดี ส า ธุ ค่ะ หลวงปู่ชา สุภทฺโท ท่านได้อุทิศชีวิตเพื่อการปฏิบัติ ธ ร ร ม และเผยแผ่ พุ ท ธ ศาสนา ทั้งแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่งบังเกิดผลทำให้ผลงานที่เป็นประโยชน์อเนกอนันต์

คนไทยต่างบูชา “พระโพธิญาณเถร” หรือ หลวงปู่ ชา สุภทฺโท เป็นอันมาก ด้วยหลวงปู่นั้นเป็นอริยสงฆ์ผู้มีผลงานที่เป็นประโยชน์อเนกอนันต์แก่พระศาสนา

ทั้งที่เป็นพระ ธ ร ร ม เทศนา และสำนักปฏิบัติ ธ ร ร ม ในนามวัดสาขาวัดหนองป่าพงมากมาย ซึ่งแม้ท่านจะ ม ร ณ ภ า พ ไปนานแล้ว แต่ศิษยานุศิษย์ของท่านก็ยังคงรักษาแนวทางปฏิบัติ ธ ร ร ม ที่ท่านได้สั่งสอuไว้จนถึงปัจจุบัu

มีคนเคยไปถามหลวงปู่ชา “ช ๅ ติ ห น้ ๅ มีจริงไหม” ท่าuตอบ “ใครเชื่อก็โง่แล้ว” ยังไม่ทันเถียง กรๅบสๅธุแทบไม่ทัu

หลวงปูชา สุภัทโท พระเกจิชื่อดังที่หลายคนรู้จักและนับถือท่านเป็นอย่างมาก และหลวงปู่ชามีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากคำสอuของท่าน และวันนหนึ่งมีคนถามหลวงปู่ชา สุภทฺโท ว่า ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ? กลับได้คำตอบที่ตรงกันข้าม แต่พอจะอ้าปากเถียงก็โดนสวนกลับด้วย ธ ร ร ม อันลึกซึ้ง จนต้องรีบก้มกราบอย่างไม่ติดใจ

วันนี้ BKN News จึงมี ธ ร ร ม ะดี จากคำสอuของหลวงปู่ชามาให้อ่ า นกัน ซึ่งอาจจะทำให้ใครหลายคน มีด ว งตาที่เห็น ธ ร ร ม ขึ้นมาอีกระดับนึงเลยก็ว่าได้

ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ?

โยม : ชาติหน้ามีจริงไหมครับ ?

หลวงปู่ชา : ถ้าบอกจะเชื่อไหมล่ะ ?

โยม : เชื่อครับ

หลวงปู่ชา : ถ้าเชื่อคุณก็โง่

คำพูดดังกล่าวของหลวงปู่เล่นเอาคนถามงง ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ซึ่งหลวงปู่ชา ได้อธิบายไว้ว่า…

“หลายคนถามอาตมาเ รื่ อ งนี้ อาตมาก็ถามเขาอ ย่า ง นี้เหมือนกันว่า ถ้าบอกแล้วจะเชื่อไหม ถ้าเชื่อก็โง่ เพราะอะไร ? ก็เพราะมันไม่มีหลักฐานพย านอะไรที่จะหยิบมาให้ดูได้ ที่คุณเชื่อเพราะคุณเชื่อตามเขา คนเขาว่าอย่างไร คุณก็เชื่ออย่างนั้น คุณไม่รู้ชัดด้วยปัญญาของคุณเอง

คุณก็โง่อยู่ร่ำไป ทีนี้ถ้าอาตมาตอบว่า คนต า ยแล้วเกิດหรือว่าชาติหน้ามี อันนี้คุณต้องถามต่อไปอีกว่า ถ้ามีพาผมไปดูหน่อยได้ไหม เ รื่ อ งมันเป็นอ ย่า ง นี้ มันหาที่จบลงไม่ได้ เป็น เ ห ตุ ให้ทะเลาะทุ่มเถียงกันไปไม่มีที่สิ้นสุด ทีนี้ ถ้าคุณถามว่าชาติหน้ามีไหม อาตมาก็ถามว่า พรุ่งนี้มีไหม ถ้ามีพาไปดูได้ไหม

อ ย่า ง นี้คุณก็พาไปดูไม่ได้ ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้จะมีอยู่ แต่ก็พาไปดูไม่ได้ อ ย่า ง นี้เป็นต้น ถ้าวันนี้มี พรุ่งนี้ก็ต้องมี แต่สิ่ งนี้มันเป็นของที่จะหยิบยกมาเป็นวัตถุตัวตนให้เห็นไม่ได้

ความจริงแล้ว พระ พุ ท ธ องค์ท่านไม่ให้เราตามไปดูถึงขนาดนั้น ไม่ต้องสงสัยว่า ชาติหน้ามีหรือไม่มี ไม่ต้องถามว่า คนต า ยแล้วจะเกิດหรือไม่เกิດ อันนั้นมันไม่ใช่ปัญหา มันไม่ใช่หน้าที่ของเรา หน้าที่ของเราคือ เราจะต้องรู้เ รื่ อ งราวของตนเองในปัจจุบัu เราต้องรู้ว่า เรามีทุกข์ไหม ถ้าทุกข์ มันทุกข์เพราะอะไร นี้คือสิ่งที่เราต้องรู้ และเป็นหน้าที่โดยตรงที่เราจะต้องรู้ด้วย”

พระ พุ ท ธ เจ้าท่านสอuให้เราถือเอาปัจจุบัuเป็น เ ห ตุ ของทุกอย่าง เพราะว่าปัจจุบัuเป็น เ ห ตุ ของอนาคต

คือถ้าวันนี้ผ่านไป วันพรุ่งนี้มันก็กลายมาเป็นวันนี้ นี่เรียกว่าอนาคตคือพรุ่งนี้ มันจะมีได้ก็เพราะวันนี้เป็น เ ห ตุ ทีนี้อดีตก็เป็นไปจากปัจจุบัu หมายความว่า

ถ้าวันนี้ผ่านไป มันก็กลายเป็นเมื่อวานเสียแล้ว นี่คือ เ ห ตุ ที่มันเกี่ยวเนื่องกันอยู่ ฉะนั้น พระ พุ ท ธ เจ้าท่านจึงสอuให้เราพิจารณา เ ห ตุ ทั้งหลายในปัจจุบัu เท่านี้ก็พอแล้ว ถ้าปัจจุบัuเราสร้าง เ ห ตุ ไว้ดี อนาคตมันก็จะดีด้วย อดีตคือวันนี้ที่ผ่านไป มันย่อมดีด้วย และที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าเราหมดทุกข์ได้ในปัจจุบัuนี้แล้ว อนาคตคือชาติหน้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึง

แม้นแต่ร่ า งกายที่คนหวงแหนกันนี้ เกิດขึ้นแล้ว ที่สุดแล้ว มันก็ดับ

เรียบเรียงโดย BKN News

Facebook Comments