เรื่องเล่าของพ่อตั้งแต่ครองราชย์ถึง 87 พรรษาที่คนไทยมิอาจลืมเลือนลงได้ อยากให้เก็บไว้ดูในวันเกิดของตัวเองทุกๆปี

พระราชกรณียกิจต่างๆ ไม่รวมเวลาเสด็จเยี่ยมราษฎร 4 ภาค อยากให้เก็บไว้ดูในวันเกิดของตัวเองทุกๆปี แล้วลองย้อนมองว่าที่ผ่านมาเราทำอะไรให้ผู้อื่นหรือเพื่อประเทศชาติบ้าง 19 พรรษา สูญเสียพระบรมเชษฐาธิราช เป็นพระมหากษัตริย์, “แสงเทียน” “ยามเย็น” “สายฝน” “ไกล้รุ่ง” หากเทียบกับอายุเด็กสมัยนี้คือตอนนั้นยังทรงเป็นเพียงเด็กมหาลัยปี 1 เด็กแค่นี้ท่านต้องผ่านอะไรมามากมายจริงๆ แถมครองราชแค่ปีแรก ก็ทรงเริ่มมอบความสุขให้คนไทยผ่านเสียงเพลงแล้ว 20 พรรษา “เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิทเซอร์แลนด์”, “HM Blues” 21 พรรษา ทรงประสบอุบัติเหตุ 22 พรรษา ทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิตยากร, “มหาจุฬาลงกรณ์” 23 พรรษา เสด็จนิวัติพระนคร บรมราชาภิเษก ราชาภิเษกสมรส 24 พรรษา “พรปีใหม่” 25 พรรษา สถานีวิทยุ อ.ส.พระราชวังดุสิต, ทุนภูมิพล, “ยิ้มสู้” “ธงไชยเฉลิมพล”, ทรงระดุมทุนช่วยผู้ป่วยโปลิโอ 26 พรรษา พระราชทานปลาหมอเทศแก่กรมประมง 27 พรรษา หน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน, พระราชทานเงินสำหรับพัฒนาหุนยนต์คุณหมอ 28 พรรษา เสด็จเยี่ยมราษฏร ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงโน้มพระองค์รับดอกไม้จากแม่เฒ่าตุ้ม, พระราชทานเรือให้กาชาดใช้ช่วยเหลือประชาชน 29 พรรษา ทรงผนวช, ทรงดนตรีกับ Benny Goodman 30 พรรษา ฟื้นฟูกระบวนเรือพระราช พิ ธี 31 พรรษา เสด็จภาคเหนือครบทุกจังหวัด, วันทรงดนตรีที่จุฬา, “แสงเดือน” 32 พรรษา เสด็จภาคใต้, ทรงเริ่มวาดภาพจิตรกรรม 33 พรรษา เสด็จต่างประเทศ 16 ประเทศ, มูลนิธิราชประชาสมาสัยเพื่อผู้ป่วยโรคเรื้อน, ฟื้นฟูพระราช พิ ธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 34 พรรษา โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา พันธุ์ข้าวพระราชทานพืชมงคล 35 พรรษา “ยูงทอง” 36 พรรษา อ่างเก็บน้ำเขาเต่า โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านชลประทานแห่งแรก, มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ 37 พรรษา โครงการหมู่บ้านสหกรณ์หุบกระพง โครงการพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์แห่งแรก, ประดิษฐ์เรือใบราชปะเเตน 38 พรรษา ฟื้นฟูทุนเล่าเรียนหลวง, ทรงศึกษาและเพาะพันธุ์ปลานิล 39 พรรษา ทรงเรือใบจากหัวหินข้ามอ่าวไทย (ทรงเท่ห์มาก), "เกษตรศาสตร์" 40 พรรษา ทรงชนะเลิศเหรียญทอง การแข่งขันเรือใบ

จำเป็นต้องอ่าuแล้ว ในอนาคต ที่ธนาคารให้ ด อ ก เ บี้ ย เงินฝาก 0% ซึ่งเมืองไทยของเรา ใกล้จุดนี้เข้าไปทุกทีแล้ว เราจะใช้ชีวิตอย่างไรกัน

ต้องไปดูว่า ประเทศที่ ด อ ก เ บี้ ย เงินฝาก 0% แบบญี่ปุ่น เขามีชีวิตกันอย่างไร? ประเทศไทย ซึ่งโดยรวม เรารวยน้อยกว่าเขา ก็อาจจะลำบากกว่าญี่ปุ่น ดังนี้ คนสูงอายุอาจต้องกลับมาทำงาu ในญี่ปุ่นเราจะเห็นคนสูงอายุ ที่เดิมทีมีเงินเก็บ แต่พอเงินฝากไม่มี ด อ ก เ บี้ ย ก็เลยใช้จ่ายกินเงินก้อนหมดไปเรื่อยๆ คิดในแง่ดีก็คือ ได้ออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง “เงินเฟ้อแฝง” จะสูงขึ้นอีก หลายคนไม่ทราบว่า เงินเฟ้อแฝงก็คือ “ค่าครองชีพ” การที่ ด อ ก เ บี้ ย เงินฝากไม่มี ไม่ได้แปลว่า ค่าครองชีพจะไม่เพิ่ม มันแปลว่า ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเสมอ เงินที่เรามี จะซื้อของได้น้อยลงเรื่อยๆ และไม่สามารถฝากเงินกินดอก แบบคนในยุคก่อนได้แล้ว “อิสรภาพทางการเงิน” จะเริ่มไกลเกินเอื้อมสำหรับคนทั่วไป เราพูดเรื่องอิสรภาพทางการเงิน คือมี “Passive Income” มากกว่า ค่าใช้จ่าย โดยที่เราไม่ต้องทำงาu ซึ่งเดิมทีการฝากเงินธนาคาร ก็ยังพอมี ด อ ก เ บี้ ย บ้าง แต่ยุคต่อไป ถ้าเราลงทุนไม่เป็น หรือออมในหุ้นปันผลไม่เป็น เราอาจต้องทำงาuจนตาย ไม่มีคำว่าอิสรภาพ ทางการเงินอีกต่อไป คนจะใช้จ่ายน้อยลง เงินจะหา ย า กขึ้น ถ้า ด อ ก เ บี้ ย เงินฝาก 0% ก็เท่ากับว่า คนที่มีเงินฝากทั้งหมดไม่ได้ ด อ ก เ บี้ ย ซึ่งปกติเงินตรงนี้ มีเป็นแสนๆล้าuบาทต่อปี ลองคิดดูว่าเงินที่หายไป

หลักคิดชีวิต ถามหลวงปู่ชา ช ๅ ติ ห น้ ๅ มีจริงไหม”ท่าuตอบ ใครเชื่อก็โง่แล้ว

16 ม.ค.2535 สิ้นหลวงปู่ชา ปาฏิหาริย์แห่ง ธ ร ร ม ท่านสิ้นวันที่แอดมินเกิดพอดี ส า ธุ ค่ะ หลวงปู่ชา สุภทฺโท ท่านได้อุทิศชีวิตเพื่อการปฏิบัติ ธ ร ร ม และเผยแผ่ พุ ท ธ ศาสนา ทั้งแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่งบังเกิดผลทำให้ผลงานที่เป็นประโยชน์อเนกอนันต์ คนไทยต่างบูชา “พระโพธิญาณเถร” หรือ หลวงปู่ ชา สุภทฺโท เป็นอันมาก ด้วยหลวงปู่นั้นเป็นอริยสงฆ์ผู้มีผลงานที่เป็นประโยชน์อเนกอนันต์แก่พระศาสนา ทั้งที่เป็นพระ ธ ร ร ม เทศนา และสำนักปฏิบัติ ธ ร ร ม ในนามวัดสาขาวัดหนองป่าพงมากมาย ซึ่งแม้ท่านจะ ม ร ณ ภ า พ ไปนานแล้ว แต่ศิษยานุศิษย์ของท่านก็ยังคงรักษาแนวทางปฏิบัติ ธ ร ร ม ที่ท่านได้สั่งสอuไว้จนถึงปัจจุบัu มีคนเคยไปถามหลวงปู่ชา “ช ๅ ติ ห น้ ๅ มีจริงไหม” ท่าuตอบ “ใครเชื่อก็โง่แล้ว” ยังไม่ทันเถียง กรๅบสๅธุแทบไม่ทัu หลวงปูชา สุภัทโท พระเกจิชื่อดังที่หลายคนรู้จักและนับถือท่านเป็นอย่างมาก และหลวงปู่ชามีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากคำสอuของท่าน และวันนหนึ่งมีคนถามหลวงปู่ชา สุภทฺโท ว่า ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ? กลับได้คำตอบที่ตรงกันข้าม แต่พอจะอ้าปากเถียงก็โดนสวนกลับด้วย ธ ร ร ม อันลึกซึ้ง จนต้องรีบก้มกราบอย่างไม่ติดใจ วันนี้ BKN News จึงมี ธ ร ร ม ะดี จากคำสอuของหลวงปู่ชามาให้อ่ า นกัน ซึ่งอาจจะทำให้ใครหลายคน

คนไม่มีลูกถือว่าเป็นผู้มีบุญมาก เป็นอย่างไรนั้นต้องฟังจากบทความนี้

หลายๆ ครอบครัวที่มีความพร้อมทุกอย่าง เชื่อว่าก็คงอ ย า กมีลูกน่ารักๆ มาเป็นโซ่ทองคล้องใจ และเติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์ ซึ่งบางคู่ก็อาจกำลังกลุ้มใจว่า ทำไมตนเองไม่ยอมตั้งท้องสักที พ ย า ย า มมีลูกโดยไม่ได้คุมกำเนิดมานานกว่า 6 เดือน แต่ก็ไม่สำเร็จ นั่นก็ถือว่าเข้าข่ายมีบุตร ย า กแล้ว ดังนั้น วันนี้ BKN News จึงนำบทความดีๆ สำหรับปลอบใจคนที่ไม่มีลูกมกฝากกันค่ะ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต ถาม : คือตัวลูกเองไม่มีลูกเป็นของตัวเอง ที่เป็นแบบนี้เป็นเพราะลูกไม่มีบุญใช่ไหม พระอาจารย์ : มีบุญสิ คนไม่มีลูกจะไปไม่มีบุญได้ยังไง คนมีลูกหน่ะเป็นคนมีกรรม ถามคนมีลูกเขาดูสิ ถาม : ทำไมคนที่มีลูกถึงมีกรรมละ พระอาจารย์ : เพราะว่าเลี้ยงลูกมัน ทุ ก ข์ ไง เดี๋ยวลูกก็ดื้อลูกก็ไม่เชื่อฟัง ทำอะไรก็ไม่เชื่อฟัง หรือลูกไปทำอะไรให้เกิดความเสียหายขึ้นมา พ่อแม่ก็ต้อง ทุ ก ข์ ลูกไปทำร้ายข้าวของของคนอื่น พ่อแม่ก็ต้องมารับผิดชอบมาจ่ายค่าเสียหายต่างๆ งั้นเลี้ยงลูกมันไม่ใช่เป็นของสนุก ต้องหาเงินหาทองมาให้มีใช้อยู่ตลอดเวลา ลูกนี่ไม่ต้องหาเลยใช่ไหม อ ย า กจะได้เงินอะไรก็แบมืออย่างเดียวขออย่างเดียว พ่อแม่นี่กว่าจะหาเงินมาได้สักบาทนี่ต้อง เหนื่อย ย า ก ถ้าไม่มีลูกก็ไม่ต้องมาหาเงินมาเลี้ยงลูกให้เหนื่อย ย า ก เนี่ยเขาถึงเรียกว่าเป็น ทุ ก ข์ คนที่ไม่มีลูกหน่ะเรียกว่าเป็นคนมีบุญ เราอย่าไปมีลูกล่ะเข้าใจไหม เราเป็นลูกก็ได้แต่อย่าไปมีลูกก็แล้วกัน โตไปก็บวช บวชแล้วสบายไม่ต้องมาเลี้ยงลูกให้ ทุ ก ข์ ถาม : ถ้ามีคนสองคน คนหนึ่งมีลูกแล้วอีกคนนึงไม่มีลูก คนที่มีลูกเขาก็เลี้ยงลูกไปด้วยความ ทุ ก ข์ แล้วก็แก่ไปทั้งคู่ แล้วตอนบั้นปลายชีวิตคนที่มีลูกเขาได้ลูกดีก็จะดูแลพ่อแม่ ย า มเจ็บไข้ได้ป่วย แต่คนที่ไม่มีลูกก็ไม่มีคนดูแล แล้วใครจะมีกรรมมากกว่ากัน พระอาจารย์

โยมไม่ต้องเอาเงินมาให้เยอะแยะหรอกวัดนี้ไม่รับ บริจาค ใดๆ ทั้งสิ้น เอาเงินไปเลี้ยงดูพ่อแม่ดีกว่า

โลกปัจจุบันยังมีคนอีกหลายกลุ่มที่มีความเชื่อว่าการทำบุญเยอะๆ บ ริ จ า ค เยอะๆ จะช่วยให้ตนนั้นได้บุ ญ มาก ได้ความดีความชอบมาก และจะได้ไปเกิดใน ภ พ ภู มิ ที่ดีต่อไป แต่วันนี้ BKN GUIDE มีข้อคิดดีๆ จากหลวงปู่ทุยมานำเสนอค่ะ ถึงแม้หลวงปู่ทุยจะดุในแง่เจ้าระเบียบ และ รั ก ษ า ข้อวัตร-ปฏิปทาอย่างเข้มงวดกวดขัน แต่ก็มี “ พ ร ะ -เณร” พากันหลั่งไหลเข้ามาจำพรรษาเพื่อศึกษากับท่านมากขึ้น เพราะสิ่งที่ท่านสอนสั่งนั้นมุ่งอรรถธรรมจริงๆ "คำสอนจากหลวงปู่ทุย" แห่งวัดป่าดานวิเวก หลวงปู่ทุย หรือ พ ร ะ อาจารย์ปรีดา ฉนฺทกโร เจ้าสำนักวัดป่าดานวิเวก หรือวัดดงศรีชมภู จังหวัดบึงกาฬ หลวงปู่ทุยท่านเป็นคนรักธรรมชาติ หลังจากฝึกกรรมฐษนจนสำเร็จหลวงปู่ขาวจึงได้แนะนำท่านธุดงค์วัดมาที่ดงสีชมภูเมื่อปี 2509 หลังจากที่อยู่ที่นี่ได้ 2 ปี ก็ตั้งเป็นวัดป่าดานวิเวกขึ้นในปี 2511 หากจะเอ่ยถึงสำนักวัดป่าที่ยัง รั ก ษ า ข้อวัตร และปฏิปทา ธรรมเนียมของ พ ร ะ ป่า ที่เข้มข้นที่สุดในยุคนี้ ต้องกล่าวถึง สำนัก “วัดป่าดานวิเวก (วัดดงศรีชมภู) ” อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ เนื่องจากเป็นวัดที่คงปฏิปทาสาย พ ร ะ ป่า ที่หาได้ยากยิ่งมากในปัจจุบันนี้…โดยมี หลวงปู่ปรีดา (ทุย) ฉนฺทกโร เป็นผู้อบรมสั่งสอน.. หลวงปู่ทุยท่าuมักจะเทศน์สอนบอกชาวบ้านว่า โยมอย่าเอาไฟฟ้าเข้าวัดเพราะจะทำให้ พ ร ะ ต้องมีค่าใช้จ่าย พ ร ะ ไม่มีรายได้อยู่โดยไม่มีไฟฟ้าจะดีกว่า หรือ โยมที่มาวัดขออย่าอีกทึกเสียงดัง มาอยู่วัดให้ทำสามธิฝึกจิตได้บุญกว่ามานั่งกราบ พ ร

ไอเดีย สาระ ความรู้รอบตัว

ชื่นชมแม่พิมพ์ของชาติครูสาวนำข้าว ก้ น บ า ต ร จากวัดมาป้อนเด็กนักเรียนที่บ้านไกลไม่ได้ทานข้าวเช้ามา

ครูที่ดีมีให้เห็นกันทุกวัน โดยไม่เพียงแต่ท่านจะสอนหนังสือให้แก่เด็กนักเรียนเท่านั้น แต่ด้วยหัวใจของความเป็นครู ผู้อบรมสั่งสอน ผู้ให้ และผู้เสียสละ ครูจึงเป็นได้มากกว่านั้น เมื่อสัปดาห์ก่อน เพจ สีสันโคราช ได้มีการแชร์เรื่องราวของคุณครูสาวคนหนึ่ง ที่คอยดูแลเด็กนักเรียนโดยระบุว่า "แม่พิมพ์ของชาติ 2019 โรงเรียนบุเจ้าคุณ @วังน้ำเขียว ดูแลลูกศิษย์ดั่งลูกหลาน ภาพน่ารักๆ เรื่องราวดีๆ ของคุณครูสาว ชื่อครูจ๋า ปาณิสา กอแก้วสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบุเจ้าคุณ ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว ทุกเช้าจะไปตักบาตรที่วัดป่ารัตนวัน ซึ่งห่างจากโรงเรียนประมาณ 4 กม ก็จะนำข้าวเหลือจากใส่บตรและซื้ออาหารมาเลี้ยงเด็กนักเรียนบ้านไกลที่ไม่ได้ทานข้าวเช้ามา นอกจากนี้ยังต้องดูแลเด็ก พิ เ ศ ษ ที่ผู้ปกครองเอามาเรียนในชั้นป.2 อีก ข1 คนที่ต้องคอยป้อนข้าวดูแล สีสันโคราชขอชื่นชมครูต้นแบบ นอกจากจะให้ความรู้ทางวิชาการ ยังมีจิตใจงามด้วยครับ" หลังเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็ได้มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็นชื่อชมคุณครูท่านนี้ ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจ สีสันโคราช, viralsfeedpro เรียบเรียงโดย แอดมิจเพจ BKN GUIDE

ใส่ทองเส้นเท่าโซ่จักร ย า น เปิดภาพล่าสุดเศรษฐีชาวลาวรวยจนน่าอิจฉา

ถึงประเทศลาวจะถูกมองว่าเป็นประเทศที่ ย า กจนประเทศหนึ่งของโลกแต่เชื่อหรือไม่ว่าทีลาวกลับมีมหาเศรษฐีอยู่เป็นจำนวนมากและที่เรียกว่าเป็นคนดังมีอันจะกินมีทรัพย์สินระดับพันล้านเนี่ยเยอะมากและที่เรียกว่าโด่งดังมีกระแสเห็นจะเป็นคุณย า ย คนนี้แหล่ะค่ะ BKN GUIDE วันนี้ขอนำเสนอเรื่องราวของคุณย า ย ท่านหนึ่งที่เคยเป็นข่าวเมื่อครั้งปี 2559 โดยคุณย า ย ท่านนี้มีนามว่า แม่ตู้ เศรษฐีชาวลาว ตอนแรกที่ได้ยินชื่อเสียงของท่านแอดมินก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ก็แค่คนรวยอ่ะเน๊อะ แต่พอเห็นทองที่ท่านใส่เท่านั้นแหล่ะ ป๊าด แม่! ทองแม่ใหญ่เท่าโซ่จักร ย า นที่บ้านแอดมินเลยค่ะ แบบนี้ชาวสมาคมผู้ใส่ทองแห่งประเทศไทยต้องตาลุกกันเป็นแน่ เพราะเครื่องประดับทุกชิ้นที่แกใส่ เป็นทองแท้ทั้งสินเลย ไม่มีการให้ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับการซื้อทองของตู้พันในรอบนี้ แต่เชื่อกันว่าอย่างน้อย น่าจะประกอบด้วย สร้อยคอทองคำขนาดใหญ่ 1 เส้น กำไลข้อมืออีก 2 วง รวมทั้งแหวนทองขนาดรัดนิ้วมืออีก 2 วง -- ตามข้อมูลในเฟซบุ๊กของร้านทองพูวง สร้อยขนาดนั้นจะมีน้ำหนัก 30 บาท และ จี้ทองคำหนักอีก 5 บาท -- และ วงละ 5 บาท สำหรับกำไลข้อมือ -- ยังไม่นับรวมต่างหู กับ รายการอื่นๆ ที่ทำให้ตู้พัน ดูเหลืองอร่ามไปทั้งตัว ย า ย พัน เศรษฐีชาวลาว ใส่ทองเส้นโตเดินในตลาด แถมมีปืนเป็นอาวุธ ใส่ทองเต็มตัว ทั้ง สร้อย แหวน ข้อมือ เมื่อได้เห็นภาพทองที่ย า ย พันใส่ จะต้องอิจฉากันเป็นแถมอย่างแน่นอน นอกใจแกจะรวยแล้วยังใจดีอีกด้วย ย า ย พัน เงินเยอะไม่รู้จะเอาไปทำอะไร แถมยังเคยได้เดินแจกเงินให้กับชาวบ้าน โดยการโปรยเงิน ก่อนที่ชาวบ้านจะรีบแย่งกันเก็บ นี่คุณย า ย ไปทำอะไรมาคะนี่ทำไมถึงได้รวยปานนี้ เอามาแจกบีเคเอ็น ไกด์บ้างสิคะ อ ย า กได้สักข้อหนึ่งของโซ่แม่ก็พอแล้ว เห็นเท่านี้ยังไม่พอหรอกใช่ไหมคะคนอ่าน เราตามไปสืบประวัติแกกันดีกว่า ว่าแกเป็นใครมายังไง ทำอะไรถึงรวยอ่ะเผื่อเราจะได้มีแรงบันดาลใจในการรวย ฮ่าๆ

ไม่อยู่บ้าน 3 – 4 วันทำที่รดน้ำต้นไม้อัตโนมัติด้วยตัวเองง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนสักบาทเดียว

พอดี แอดมินเพจ BKN GUIDE กำลังจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัดประมาณสี่ห้าวันนะคะ พวกต้นไม้ที่โตหน่อยอย่างต้นแก้ว ต้นพุด ยังพอวางใจได้ แต่พวกต้นอ่อนๆที่เพิ่งขึ้น อย่างโสนใหญ่ ต้นทานตะวันนี่สิต้องรดน้ำทุกวัน ถ้าไม่รดมันคงอยู่ไม่ได้แน่เลย กลัวกลับมาแล้วเฉาหมดจริงๆ เพื่อนๆคนไหนที่มีปัญหาเดียวกับกับแอดมินนะคะ วันนี้เลยไปหาข้อมูลมาให้แล้วพร้อมนำเสนอค่ะ เราจะมาทำขวดน้ำรดน้ำอัติโนมัติกัน เพื่อใครที่ไม่มีเวลารดน้ำต้นไม้ก็จะได้เอาไปลองปรับใช้ดูนะคะ หลักการทำงานของที่รดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ คือ เมื่อดวงอาทิตย์ส่องมาโดนขวดชั้นนอกจนร้อน น้ำในขวดชั้นในก็จะระเหยออกมาสัมผัสกับขวดชั้นนอก กลั่นตัวเป็นไอน้ำหยดลงบนพื้นดิน และ ค่อยๆซึมลงไปในดิน ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะระเหยไปในอากาศ เพราะมีขวดครอบเก็บความชื้นไว้อีกชั้น วันไหนแดดจัดร้อนมาก น้ำก็ระเหยเยอะหน่อย วันไหนอากาศร้อนน้อยก็ระเหยน้อย อุปกรณ์ที่ใช้ 1 ขวดพลาสติกใบเล็ก 2 ขวดพลาสติกใบใหญ่ 3 คัตเตอร์ ขั้นตอนการทำ 1 นำขวดทั้งสองใบมาตัดออกกลางขวด ใบใหญ่เราจะใช้ส่วนบนของขวด ใบเล็กเราจะใช้ส่วนฐานของขวด 2 จากนั้นก็ขุดหลุ มเตรียมไว้ แล้วนำขวดใบเล็กที่ตัดแล้วไปวางในหลุ ม ใส่น้ำลงไป แล้วเอาดินกลบรอบๆขวดให้ทั่ว 3 แล้วนำขวดใบใหญ่มาครอบไว้อีกที ปล่อยทิ้งไว้รอให้แสงแดดส่องโดนมาจนเกิดความร้อน เราสามารถดัดแปลงขวดพลาสติกเหลือใช้ทุกขนาด ไม่ว่าจะขวดเล็ด ขวดใหญ่ มาประยุกต์ใช้ในแปลงผักของเราได้ หากเป็นแปลงผักที่เป็นแนวยาว ก็ใช้ขวดหลายๆใบ นำไปทำไว้ตามแนวยาวของผัก น้ำก็จะรดไปทั่วถึงทั้งแปลง หากเป็นพืชที่มีขนาดใหญ่ ก็ใช้ถังขนาดใหญ่ให้พอดีกับผัก สามารถปรับใช้ได้ตามขนาดของพืชที่เราต้องการรดน้ำ ตามความเหมาะสมของพืชแต่ละชนิด อีกวิธีหนึ่ง อันนี้ง่ายมากเลยค่ะเอาขวดน้ำพลาสติคใส่น้ำเต็ม เจาะ 2 รูที่ฝาขวด ปิดฝาให้แน่น แหวกดินที่โคนต้นไม้แล้วปักขาดน้ำลงไปเล้ย ต้นไม้เค้าจะค่อยๆดูดน้ำซึมออกไปเรื่อยๆ เมื่อดินแห้ง จะใช้ขวดเล็กหรือขวดใหญ่ ต้นละกี่ขวดก็ได้ ขึ้นกับขนาดต้นไม้นะค้า มีไว้ที่บ้านสักอัน ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องการรดน้ำอีกต่อไป เพราะมีคนช่วยดูเเลให้แล้ว ช่วยให้คุณสะดวกและยังมีเวลาไปทำอย่างอื่นได้อีกมากมาย นอกจากจะประหยัดเวลาแล้ว ยังช่วยคุณประหยัดเงินในกระเป๋า ไม่ต้องเสียเงินจ้างคนสวนให้ยากเลย และยังเป็นการนำขวดที่ไม่ใช้แล้วมารีไซเคิลให้เกิดประโยชน์อีกด้วยนะ มีอีกวิธีนะคะ ถ้าแค่ 3 -4 วัน ใช้วิธีหาผ้าขี้ริ้วที่อุ้มน้ำหน่อย เช่นพวกเสื้อยืด หรือผ้าขนหนู มาปูแผ่ตรงดินรอบโคนต้น และรดน้ำให้ชุ่มเต็มที่ แล้วหาแผ่นพลาสติค อาจใช้ถุงก๊อบแก๊บหลาย ๆ ใบ วางปิดผ้าไว้อีกที จะช่วย รั ก ษ า ความชื้นไว้ได้ มีคนทำได้ผลมาแล้ว ลองดูนะคะ หรือถ้ามีเงิน ซื้อที่ตั้งเวลารดน้ำอัตโนมัติ ถ้าไม่เงินมาก ซื้อ ดินวิทยาศาสตร์ ( เป็น เจลๆ) แช่น้ำให้ดูดน้ำพองๆ โปะให้พูนๆ บนดินกระถาง แล้วเอา

น่าชื่นชม นักเรียนป. 5ทำกระถางดอกไม้ขายส่งตัวเองเรียนหนังสือ

เด็กเก่งไม่ใช่แค่เด็กเรียนเก่ง เวลาใครถามว่าเราอยากให้ลูกโตไปเป็นยังไง เชื่อว่าหลายคนคงมีคำตอบในใจ ว่าอยากให้ลูกโตมาสมบูรณ์แบบ แบบ full package "เก่ง ดี มีความสุข" แต่สิ่งที่อยากบอกพ่อแม่ก็คือ... อย่าผูกความ "เก่ง" ไว้กับแค่การ "เรียนเก่ง" เชื่อว่าเด็กทุกคนโตมากับศักยภาพสมอง"ที่มีติดตัว" มาด้วย "ไม่เท่ากัน" ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยมากมาย ไม่ว่าจะ ยีนส์ กรรมพันธุ์ อาหาร การตั้งครรภ์ของแม่ การแบ่งตัวของเซลล์สมอง และปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่ทั้งลูกและเราก็ไม่อาจคาดเดาหรือควบคุมได้ ที่สำคัญธรรมชาติไม่สร้างให้สมองของเราทุกคนเกิดมาเพื่อ "เรียนเก่ง" เพราะโลกของเราต้องอยู่รอดไม่ได้ หรือไม่ก็คงน่าเบื่อชอบกล ถ้ามีแต่คนที่ "เรียนดี" เราคงไม่มีดนตรีเพราะๆฟัง ไม่มีนักกีฬามากความสามารถ ไม่มีคนคิดวิธีปลูกผักปลูกข้าวให้เรากิน เด็กประถมไอเดียเจ๋งร่วมอาจารย์ทำกระถางต้นไม้จากยางรถยนต์เก่าในชุมชนลดมลพิษ ทาสีสันสวยงามใส่ต้นไม้ในโรงเรียน รวมทั้งแปลงพืชผักสวนครัวไว้รับประทาน ยังจำหน่ายประชาชนทั่วไปมีรายได้เป็นทุนการศึกษา ตามนายเอมาดูเลยดีกว่า เด็กป.5 โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย กระถางดอกไม้ สวยๆ ขายเพื่อเป็นทุนให้ตัวเองเรียน ไม่แน่อนาคตเด็กๆอาจจะพัฒนาฝีมือถึงขั้นทำแบบที่สวยๆกว่าได้ โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย ต.วัดเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สามารถทำกระถางต้นไม้ทำจากยางรถยนต์ไม่ใช่แล้ว ไว้ใส่พืชผักสวนครัวโดย ทำเป็นรูปทรงดอกไม้พร้อมสีสันสวยงาม นอกจากจะทำใช้ในโรงเรียนแล้ว ยังสามารถนำออกจำหน่ายเป็นทุนการศึกษาได้อีกด้วย เรียบเรียงโดย BKN GUIDE

ไอเดียคนบ้านนอกเปลี่ยน เพิ่มมูลค่าถังน้ำมันเก่า เป็นเฟอร์นิเจอร์ รายได้เดือนละแสน

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผุ้สื่อข่าวลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อไปชมผลงานการทำเฟอร์นิเจอร์จากถังน้ำมัน ซึ่ง เป็นผลงานจาก นายภูมิพัฒน์ แก้วตา อายุ 36ปี หรือ “บอมแบม” นั่นเอง ซึ่งผลงานของเขาสามารถสร้างมูลค่าให้กับชิ้นงานออกมาโดนใจกับลูกค้าได้อย่างมาก และกลายเป็นธุรกิจครอบครัวเพื่อเลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี การทำเฟอร์นิเจอร์นั้น เริ่มต้นจากที่บ้านของคุณบอมแบมนั้นมีสวนอยู่บริเวณท้ายหมู่บ้าน และบ่อยครั้งก็จะมีเพื่อนๆมาแวะเยี่ยมเป็นประจำ แต่ด้วยความที่ที่บ้านไม่มีเก้าอี้เพียงพอให้เพื่อนได้มานั่ง จึงต้องนำถังพลาสติกมาเป็นเก้าอี้แทน จึงได้เกิดแนวความคิดที่จะทำเก้าอี้ด้วยไอเดียใหม่ โดยการนำถังน้ำมันมาทำเก้าอี้ดูซึ่งใช้ในการดัดแปลงโดยจะมีการใช้ถังน้ำมัน และถังน้ำยาที่ทำจากการเกษตรที่มีอยู่ในบ้าน มาลองทำและศึกษาหาข้อมูลจากโซเชียลมีเดียต่างๆเพื่อนำมาเป็นแนวทางในการทดลองจนกระทั่งเกิดความชำนาญในการทำ ตอนแรกมันก็ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะออกมาผลิตขายแต่อย่างใด แต่ด้วยความที่เพื่อนๆ ญาติๆ มานั่งก็มีคำเรียกร้องว่าให้ลองผลิตขายบ้าง จึงตัดสินใจลองโพสขายในอินเตอร์เน็ตดูในครั้งแรกปี 2561 ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี จึงหาแนวทางในการทำธุรกิจอย่างจริงจัง จึงได้ตั้งชื่อแบรนด์ว่า บอมแบมโต๊ะเก้าอี้ถังน้ำมัน เจ้าใหญ่แห่งแดนอีสาน ซึ่งผลปรากฏว่าก็ได้รับผลตอบรับเป็นจำนวนมากและมีความต้องการของลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันนี้มีการสั่งซื้อยอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 80,000 – 90,000 บาท ซึ่งบางเดืนอนั้นยอดขายถึง 120,000 บาทเลยก็มี จุดขายของสินค้าคุณบอมแบบนั้น คือจะมีความโดดเด่น อีกทั้งยังมีการใช้สีสันที่แปลกตา โดยลูกค้านั้นสามารถเลือกได้ทุกเฉดสีตามที่ใจตัวเองชอบ จึงทำให้เกิดลวดลายความโมเดิร์นและตรงกับความต้องการของลูกค้า และในขนาดนี้เขาก็ได้มีการนำโช๊ครถมอเตอร์ไซค์รุ่นเก่าที่มีรูปร่างคล้ายกับขายสปริงมาทำเป็นขาโต๊ะเพื่อเพิ่มความแข็งแรงในการรับน้ำหนักได้ถึง 100-200 กิโลกรัม ส่วนเรื่องของสีสันนั้นก็มีการผสมเทียมสีเองบ้างบางสี และเลือกใช้สีที่มีคุณภาพ โดยเป็นสีที่ใช้สำหรับพ่นรถยนต์โดยเฉพาะ ซึ่งมีความทนทานต่อการขูดขีดและหากรักษาดูแลก็จะอยู่ได้นานแม้จะโดนแดดโดนฝนก็ตาม ที่มา khaosod เรียบเรียงโดย BKN GUIDE

ปักชำต้นไม้ ไม่ต้องเสียเงินสักบาท สบายๆ สไตล์ ครูชาตรี แค่มีขวดน้ำก็ทำได้แล้ว

การปักชำต้นไม้ สบายๆ สไตล์ ครูชาตรี การปักชำ หมายถึง การนำส่วนต่างๆของพืชด้วยการตัดมาปักชำในดินหรือวัสดุเพาะเพื่อให้ได้ต้นใหม่ โดยการเกิดรากแขนงบริเวณโคนกิ่งที่ปัก วันนี้จะขอนำเสนอวิธีการปักชำต้นไม้ในขวดพลาสติก สบาย ๆ สไตล์ ครูชาตรี ครับ ซึ่งเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ๆ สามารถทำเพื่อเป็นงานอดิเรก หรือ ทำเพลิน หลังเลิกงานได้ บางครั้งที่เราไปเจอต้นไม้สวย ๆ และอยากนำมาปลูกไว้ดูเล่น แต่ไม่รู้จะทำยังไง วันนี้จะนำสูตรของ ครูชาตรี มาให้ลองทำกัน วิธีทำ ขั้นตอนที่ 1 หาขวดน้ำที่เหลือใช้มา จากนั้นตัดขวดน้ำเป็น 2 ส่วน ขั้นตอนที่ 2 ตรงส่วนที่เป็นก้นขวดให้ใส่ดินลงไป แนะนำดินที่เหมาะสำหรับการปลูกพืชนะดีที่สุดครับ หากไม่รู้ว่าจะใช้ดินอะไรดี ลองอ่าน วิธีการทำปุ๋ยหมักง่าย ๆ ในกะละมัง และในตะกร้า หลังจากใส่ดินแล้วกดให้แน่น และใส่ให้เต็ม จากนั้นเทน้ำลงไปลงไปในขวดให้ชื้น (ไม่ต้องแฉะ) และไม่จำเป็นต้องเจาะรูที่ก้อนขวดครับ ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นนำยอดอ่อนที่เราต้องการปักชำมาเสียบลงไป ขั้นตอนที่ 4 หลังจากนั้น ให้นำขวดส่วนที่เหลือมาเสียบลงไปให้สนิท แล้วนำไปวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดรำไร ประมาณ 15- 20 วัน เพียงแค่นี้ท่านก็จะได้ต้นไม้ใหม่ไว้สำหรับนำไปปลูกแล้วครับ ขอบคุณความรู้และรูปจาก : ครูชาตรี เรียบเรียงโดย BKN GUIDE

ขวดหยดน้ำ แบบง่ายๆ ไม่ต้องลงทุน สำหรับคนไม่มีเวลารดน้ำต้นไม้

ขวดหยดน้ำ แบบง่ายๆไม่ต้องลงทุนค่ะ ชีวิตคนทำงาน ยิ่งในเมืองหลวงด้วยแล้วล่ะก็ คงไม่มีเวลาในการดูแลรดน้ำต้นไม้กันมากนัก แต่หลายๆ บ้านก็มักชอบปลูกเอาไว้ดูเพื่อพักผ่อนสายตา จำได้ว่าเคยเห็นไอเดียรีไซเคิลขวดพลาสติคค่ะ แล้วเราก็มีอยู่เยอะมากกกกก จริงๆเค้าทำเป็นขวดซอส ขวดกาว เรามาทำขวดน้ำหยดดีกว่า เตรียมอุปกรณ์ก็มี ขวดน้ำ เล็กใหญ่ตามขนาดของกระถางเลยค่ะ ไฟ ไม้จิ้มฟัน ดินสอ กรรไกร แค่นี้ค่ะ ลนไฟที่ฝาขวดค่ะ พอให้เริ่มหลอม ลนนานจะไหม้ค่ะ พออ่อนๆแล้ว ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มแล้วค่อยๆกดช้าๆหมุนนิดๆลากอย่าให้บางมากค่ะ มันจะบางเกินไปเดี๋ยวจะหัก พอได้เป็นกรวยแล้วก็ค้างไว้จนมันเย็นค่ะ มันจะคืนตัว แข็งเหมือนเดิม พอเย็นและแข็งดีแล้ว ถ้ายังไม่มีรูก็ตัดปลายเล็กๆค่ะ พอให้น้ำหยดได้ ปักใส่กระถางเลยค่ะ ถ้าให้ดีเจาะรูที่ก้นขวด หรือ ตัดก้นขวดออกไว้ให้เติมน้ำง่ายๆด้วยค่ะ จะได้ไม่ต้องดึงออกมาเปิดเติม ถ้ามันไหลมากไป ใช้สำลีวางไว้ในฝาน่าจะช่วยได้ค่ะ ประมาณนี้ค่ะ ไม่ได้เติมน้ำเต็มเลยยังไม่ได้ยึดกับต้นค่ะ หรือจะมัดกับต้นให้ลอยจากดินก็ได้นะคะ อุปกรณ์ง่ายๆค่ะใช้ไฟแช็ค หรือ ตั้งเทียนแล้วใช้คีมคีบฝานะคะ ลนให้ตรงกลางฝาอ่อนตัวแล้วใช้ม้จิ้มฟันค่อยๆจิ้มแล้วลากช้าๆค่ะ อย่าให้ยาวมากมันจะบางแล้วกรอบค่ะ ค้างไว้อย่างนี้จนเย็นและคืนตัวแข็งค่อยดึงออกค่ะ ถ้ายังไม่ทะลุเป็นรู ตัดปลายให้เป็นรูเล็กๆค่ะ ทดสอบการไหลของน้ำ ถ้าบีบนี่ไหลดีเลยค่ะ ถ้าปล่อยเฉยๆก็จะค่อยๆหยดน่าจะพอดี ถ้าหยดเร็วไป เอาสำลีใส่ฝาไว้น่าจะช่วยได้ในกรณีนี้ค่ะ จากการทดลอง สีเขียวเป็นฝาขวดน้ำเพชรค่ะ ทำง่ายสุด อันยาวๆนั่นลองใช้ดินสอค่ะ ดึงยาวไป เลยบาง ไม่โอ.เค.ค่ะ ฝาขาวอันที่ไม่ไหม้ เป็นฝาน้ำสิงห์ หลอมยากหน่อยค่ะ ฝาช้างไหม้ง่ายสุด แต่อันนี้น่าจะอยู่ที่ความสามารถในการใช้ไฟและความใจเย็นส่วนบุคคลค่ะ ไม่ฟันธง 555 ถ้าได้ประมาณนี้จะดีมากค่ะ ก็เป็นการทำแบบง่ายๆไม่ซับซ้อน สำหรับคนไม่มีมีฝีมือทางประดิษฐ์หรือทางช่างแบบเราและยังได้ใช้สิ่งของเหลือใช้ด้วยค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่กำลังมองหาตัวช่วยในช่วงวันหยุดยาวนี้ที่จะไม่ได้อยู่บ้านหลายวันกันนะคะ ถ้าเราทำปลายไม่บางไป มันจะแข็งแรงปักลงดินได้ มันจะค่อยๆซึมค่ะ แต่ถ้ามัดไว้กับต้นให้หยด มันอาจจะหมดเร็วค่ะ ขอบคุณข้อมูลจาก koonpatt_ka

เรื่องล่าสุด

หมวดหมู่

คลังเก็บ